Multimedia Center

Facebook กลุ่มพุทธโอษฐ์

วัดนาป่าพงเสวนา

ห้องสนทนา

มูลนิธิพุทธโฆษณ์

พุทธวจน ปฐมธรรม


เข้าใจธรรมเพียงบทเดียว ก็เพียงพอ

คามณิ ! ..เพราะเหตุว่า ถึงแม้เขาจะเข้าใจธรรมที่เราแสดง

สักบทเดียว

นั่นก็ยังจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล

และความสุขแก่ชนทั้งหลายเหล่านั้น

ตลอดกาลนาน

พุทธวจน สาธยายธรรม


นะโมตัสสะ ภะคะวะโต 

อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

ขอนอบน้อมแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า 

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส 

ตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง

Homage to the blessed,

Noble and Perfectly,Enlighten One.

MP3 พุทธวจนเช้า

MP3 ปฏิจจสมุปบาท

VCD Tonight Show

MP3 ก้าวย่าง อย่างพุทธะ

DVD พุทธวจน วัดป่า้บ้านผือ

DVD 7 ใน 1

MP3 ยุวพุทธ ๓

MP3 ยุวพุทธ ๔

DVD 5 in 1

หนังสือ

พุทธวจน สาธยายธรรม


นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

ขอนอบน้อมแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง

Homage to the blessed,

Noble and Perfectly,Enlighten One.



พุทธวจน ปฐมธรรม

 

เข้าใจธรรมเพียงบทเดียว ก็เพียงพอ

คามณิ ! ..เพราะเหตุว่า ถึงแม้เขาจะเข้าใจธรรมที่เราแสดงสักบทเดียว

นั่นก็ยังจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ชนทั้งหลายเหล่านั้น

ตลอดกาลนาน


In the Buddha's Words



พุทธวจน "อินทรียสังวร "(ตามดู ! ไม่ตามไป)


อานนท์ ! อารมณ์อันเป็นที่ชอบใจ ไม่เป็นที่ชอบใจ
เป็นที่ชอบใจและไม่เป็นที่ชอบใจ อันบังเกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น

ย่อมดับไปเร็วเหมือนการกระพริบตาของคน อุเบกขายังคงดำรงอยู่

อานนท์ ! นี้แล เราเรียกว่า อินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศในอริยวินัย...


พุทธวจน ฉบับมรรค(วิธีที่)ง่าย

ภิกษุทั้งหลาย ! เราจักแสดง ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน แก่พวกเธอ 
พวกเธอจงฟัง จงทำในใจให้ดี เราจักกล่าว.

ภิกษุทั้งหลาย !ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพานนั้น เป็นอย่างไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้
ย่อมเห็นซึ่ง จักษุ ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง รูปทั้งหลาย ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง จักขุวิญญาณ ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง จักขุสัมผัส ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง เวทนา อันเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเป็นอทุกขมสุข (ไม่ทุกข์ไม่สุข)
ที่เกิดขึ้นเพราะ จักขุสัมผัส เป็นปัจจัย ว่า ไม่เที่ยง.

ภิกษุทั้งหลาย ! นี้แล คือปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน นั้น.

พุทธวจน ฉบับอานาปานสติ

ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่ออานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทําให้มากแล้ว อยู่อย่างนี้
ผลอานิสงส์ 7 ประการ ย่อมเป็นสิ่งที่หวังได้
ผลอานิสงส์ 7 ประการ เป็นอย่างไรเล่า ? ผลอานิสงส์ 7 ประการ คือ
การบรรลุอรหัตตผลในทิฏฐธรรมนี้  
ถ้าไม่เช่นนั้น ย่อมบรรลุอรหัตตผลในกาลแห่งมรณะ
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอันตราปรินิพพายิ 
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอุปหัจจปรินิพพายี 
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอสังขารปรินิพพายี 
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นสสังขารปรินิพพายี 
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอุทธังโสโตอกนิฏฐคามี 

ภิกษุทั้งหลาย ! อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทําให้มากแล้วอย่างนี้แล
ผลอานิสงส์ 7 ประการ เหล่านี้ ย่อมหวังได้ ดังนี้

พุทธวจน ฉบับแก้กรรม


ภิกษุทั้งหลาย !

(1) กรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ
(2) นิทานสัมภวะ เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ,
(3) เวมัตตตา เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ,
(4) วิบาก เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ,
(5) กัมมนิโรธ เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ,
(6) กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ

พุทธวจน คู่มือโสดาบัน


สารีบุตร ที่มักกล่าวกันว่า โสดาบัน โสดาบัน ดังนี้ เป็นอย่างไรเล่า สารีบุตร?

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ท่านผู้ใดหนอเป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่ 
ผู้เช่นนั้นแล ข้าพระองค์เรียกว่า เป็นพระโสดาบัน ผู้มีชื่ออย่างนี้ ๆ มีโคตรอย่างนี้ ๆ พระเจ้าข้า ! "

สารีบุตร ! ถูกแล้ว ถูกแล้ว ผู้ที่ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่ 
ถึงเราเองก็เรียกผู้เช่นนั้นว่าเป็น พระโสดาบัน มีชื่ออย่างนี้ ๆ มีโคตรอย่างนี้ ๆ 

พุทธวจน ฉบับก้าวย่า่งอย่างพุทธะ


อานนท์ พวกเธอทั้งหลาย จงมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ

อย่าเอาอย่างอื่นเป็นสรณะเลย

มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ

อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย

พุทธวจน ฉบับตามรอยธรรม


ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอทั้งหลายจงเพียรเผากิเลส

อย่าได้เป็นผู้ประมาท

อย่าต้องเป็นผู้ร้อนใจในภายหลังเลย

นี่แลเป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนเธอทั้งหลาย ของตถาคต

พุทธวจน ฉบับฆราวาสชั้นเลิศ


"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ในอริยวินัย มีการนอบน้อมทิศทั้งหกอย่างไรพระเจ้าข้า !
พระองค์จงแสดงธรรมที่เป็นการนอบน้อมทิศทั้งหกในอริยวินัยเถิด"

คหบดีบุตร ! เมื่อใดอริยสาวกละเสียได้ซึ่งกรรมกิเลส ๔ ประการ ไม่กระำทำกรรมอันเป็นบาปโดยฐานะทั้้ง ๔ และไม่เสพทางเสื่อม(อบายมุข)แห่งโภคะ ๖ ทาง เมื่อนั้นเขาชื่อว่าเป็นผู้ปราศจากกรรมอันเป็นบาปรวม ๑๔ อย่าง เป็นผู้ปิดกั้นทิศทั้ง ๖ โดยเฉพาะแล้ว ด้วยอาการอย่างนี้เขาชื่อว่า เขาปฎิบัติแล้วเพื่อชนะโลกทั้งสอง ทั้งโลกนี้และโลกอื่น เป็นอันเขาปรารถกระทำครบถ้วนแล้ว เขาเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ภายหลังแต่การตายเพราะการทำลายแห่งกายดังนี้

พุทธวจน