พุทธวจน ฉบับมรรค(วิธีที่)ง่ายภิกษุทั้งหลาย ! เราจักแสดง ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน แก่พวกเธอ พวกเธอจงฟัง จงทำในใจให้ดี เราจักกล่าว.
ภิกษุทั้งหลาย !ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพานนั้น เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้
ย่อมเห็นซึ่ง จักษุ ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง รูปทั้งหลาย ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง จักขุวิญญาณ ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง จักขุสัมผัส ว่า ไม่เที่ยง ;
ย่อมเห็นซึ่ง เวทนา อันเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเป็นอทุกขมสุข (ไม่ทุกข์ไม่สุข) ที่เกิดขึ้นเพราะ จักขุสัมผัส เป็นปัจจัย ว่า ไม่เที่ยง.
ภิกษุทั้งหลาย ! นี้แล คือปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน นั้น.
พุทธวจน ฉบับอานาปานสติภิกษุทั้งหลาย ! เมื่ออานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทําให้มากแล้ว อยู่อย่างนี้
ผลอานิสงส์ 7 ประการ ย่อมเป็นสิ่งที่หวังได้
ผลอานิสงส์ 7 ประการ เป็นอย่างไรเล่า ? ผลอานิสงส์ 7 ประการ คือ
การบรรลุอรหัตตผลในทิฏฐธรรมนี้ ถ้าไม่เช่นนั้น ย่อมบรรลุอรหัตตผลในกาลแห่งมรณะ
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอันตราปรินิพพายิ
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอุปหัจจปรินิพพายี
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอสังขารปรินิพพายี ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นสสังขารปรินิพพายี
ถ้าไม่เช่นนั้น เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ 5 ย่อมเป็นอุทธังโสโตอกนิฏฐคามี
ภิกษุทั้งหลาย ! อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทําให้มากแล้วอย่างนี้แล
ผลอานิสงส์ 7 ประการ เหล่านี้ ย่อมหวังได้ ดังนี้
พุทธวจน คู่มือโสดาบันสารีบุตร ที่มักกล่าวกันว่า โสดาบัน โสดาบัน ดังนี้ เป็นอย่างไรเล่า สารีบุตร? "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ท่านผู้ใดหนอเป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่ ผู้เช่นนั้นแล ข้าพระองค์เรียกว่า เป็นพระโสดาบัน ผู้มีชื่ออย่างนี้ ๆ มีโคตรอย่างนี้ ๆ พระเจ้าข้า ! " สารีบุตร ! ถูกแล้ว ถูกแล้ว ผู้ที่ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่ ถึงเราเองก็เรียกผู้เช่นนั้นว่าเป็น พระโสดาบัน มีชื่ออย่างนี้ ๆ มีโคตรอย่างนี้ ๆ
พุทธวจน ฉบับฆราวาสชั้นเลิศ"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ในอริยวินัย มีการนอบน้อมทิศทั้งหกอย่างไรพระเจ้าข้า !
พระองค์จงแสดงธรรมที่เป็นการนอบน้อมทิศทั้งหกในอริยวินัยเถิด"
คหบดีบุตร ! เมื่อใดอริยสาวกละเสียได้ซึ่งกรรมกิเลส ๔ ประการ ไม่กระำทำกรรมอันเป็นบาปโดยฐานะทั้้ง ๔ และไม่เสพทางเสื่อม(อบายมุข)แห่งโภคะ ๖ ทาง เมื่อนั้นเขาชื่อว่าเป็นผู้ปราศจากกรรมอันเป็นบาปรวม ๑๔ อย่าง เป็นผู้ปิดกั้นทิศทั้ง ๖ โดยเฉพาะแล้ว ด้วยอาการอย่างนี้เขาชื่อว่า เขาปฎิบัติแล้วเพื่อชนะโลกทั้งสอง ทั้งโลกนี้และโลกอื่น เป็นอันเขาปรารถกระทำครบถ้วนแล้ว เขาเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ภายหลังแต่การตายเพราะการทำลายแห่งกายดังนี้
|



























